scatter...

learning to blog...


PORTFOLIO  

 

การปล้นธนาคารที่ กวงซู

1. โจรตะโกนคำแรกเมื่อชักปืนออกมาว่า “ทุกคนอย่าขยับ เงินเป็นของรัฐ แต่ชีวิตเป็นของคุณ” ทุกคนนอนอย่างสงบบนพื้น ไม่มีใครเสี่ยงชีวิตของตัวเองเพื่อปกป้องเงินของรัฐ เราเรียกสิ่งนี้ว่า “เทคนิคการเปลี่ยนแนวคิด” บิดเบือนนิดเดียวความคิดเราก็เปลี่ยนไปไกลแล้ว

2.ผู้หญิงคนนึงนอนอยู่บนโต๊ะและกำลังจะกรี๊ด ทันใดนั้นโจรตะโกนใส่ผู้หญิงว่า “เรามีวัฒนธรรม ผมมาปล้นแบ๊งค์ ไม่ได้มาข่มขืนคุณ!!” เราเรียกสิ่งนี้ว่า “การเป็นมืออาชีพ” ตั้งมั่นในเป้าหมายอย่างเดียวไม่ว่อกแว่ก

3. เมื่อโจรกลับถึงฐานลับ โจรวัยรุ่นที่จบการศึกษาระดับ โท MBA บอกกับรุ่นพี่โจรว่า “เรามานับเงินกันดีกว่า ว่าได้มาเท่าไหร่” แต่รุ่นพี่โจรที่จบเพียงชั้นประถมกล่าวว่า “แกนี่มันโง่มากเลย เงินตั้งเยอะตั้งแยะ จะนับยังไง คืนนี้ทีวีจะบอกเองแหล่ะว่า เราได้มาเท่าไหร่!!” เราเรียกสิ่งนี้ว่า “ประสบการณ์” ซึ่งในปัจจุบันประสบการณ์มีค่ามากกว่าใบปริญญามากมายนัก!!!!

4. เมื่อโจรกลับไปแล้ว รองผู้จัดการจะโทรหาตำรวจที่เบอร์ 191 แต่ผู้จัดการธนาคารกลับค้านว่า “เดี๋ยวๆๆ ใจเย็นๆ โจรเอาเงินไปเท่าไหร่ เรามานับกันก่อน แล้วบอกตำรวจว่าโจรเอาไปมากกว่านั้น” เราเรียกสิ่งนี้่ว่า “กินตามน้ำ”

5. ผู้จัดการเปรยว่า “นั่นสิ จริงๆแล้วถ้ามีโจรมาปล้นธนาคารทุกเดือนก็ดีสินะ” เราเรียกสิ่งนี้่ว่า “การเปลี่ยนวิกฤติให้เป็นโอกาส”

6. วันถัดมา ทีวีทุกช่องออกข่าวกันว่า มีโจรปล้นธนาคาร 100 ล้านบาท แต่ว่าโจรที่ปล้นไปนับแล้วนับอีก ไม่ว่าจะนับกี่รอบ ก็นับได้แค่ 20 ล้านบาทเท่านั้น โจรโกรธมากแล้วพูดว่า “เราเสี่ยงตายและปล้นธนาคารออกมาได้แค่ 20 ล้านบาท แต่เจ้าผู้จัดการธนาคารแค่มันหัวไวนิดเดียว มันทำเงินได้ถึง 80 ล้านบาท การศึกษามีดีอย่างนี้นี่เอง” เราเรียกสิ่งนี้ว่า “ความรู้มีค่ามากกว่าทองคำ”

7. ผู้จัดการธนาคารยิ้มอย่างเริงร่า เพราะว่าอยู่ดีๆเขาก็มีเงินเพิ่มขึ้นถึง 80 ล้านบาท จากการที่มีโจรมาปล้นธนาคารเขา เราเรียกสิ่งนี้ว่า “โคตรโกง” โจรเสื้อนอกร้ายกาจกว่าโจรปล้นแบ้งค์ยิ่งนักได้ข้อคิดอะไรจากเรื่องนี้บ้างครับ….ลองคิดดู

Posting via flipboard.

เผยอาหาร 10 อย่างที่ไม่ควรกินมากเกิน

(Source: youtube.com)

มะเร็ง คือ ธรรมชาติ (Cancer is Natural)

นี่คือสิ่งที่คุณไม่เคยคาดคิดมาก่อนเลยว่า จะมีผู้ใดกล่าวว่า - มะเร็ง คือ ธรรมชาติ (Cancer is Natural)

 มะเร็ง คือ ธรรมชาติของวิวัฒนาการของเซลล์ในร่างกายคนเราน่าแปลกใจไหมครับ ?ขออนุญาตให้ผมได้อธิบายหน่อย…. ไม่กี่วันมานี้ ในขณะที่ผมกำลังทำงานวิจัยเกี่ยวกับวิวัฒนาการผมพบสาระสำคัญ คือ การปรับตัว (adaptation)เมื่อเซลล์ในร่างกายของเราผ่าเหล่า (mutate) ไปเพราะสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนไป เพื่อทำให้เราสามารถปรับตัวไปตามเปลี่ยนแปลงนั้นได้ เราเรียกการปรับเปลี่ยนนั้นว่า - การปรับตัว (adaptation)

หากผมของเรายาวขึ้น เพื่อตอบสนองต่ออากาศหนาวจัด - นั่นก็คือการปรับตัวหากเซลล์ผมของเราหยุดยาว เพื่อตอบสนองต่ออากาศร้อน - นั้่นก็คือการปรับตัว

เมื่อเราปรับตัวไปตามสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนไปได้สำเร็จ วิวัฒนาการจึงเกิดขึ้นเป็นเหตุ-เป็นผลไหมครับ ?อีกครั้งนะครับ - เซลล-ผ่าเหล่าไป-เพื่อปรับตัวตามสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนไป มันเป็นสิ่งที่เป็นธรรมชาติ

มะเร็ง คือ กลุ่มของเซลล์ที่ผ่าเหล่าไปเพราะสภาพแวดล้อมที่ไม่เป็นธรรมชาติ-อันเนื่องมาจากการที่เลือดของเรากลายเป็นพิษเกินกว่าที่เซลล์จะมีชีวิตต่อไปได้ ถ้าหากเซลล์เหล่านั้นไม่ผ่าเหล่าไป เซลล์เหล่านั้นจะป่วยและตาย เซลล์เหล่านั้นจึงตอบสนองอย่างเป็นธรรมชาติด้วยการผ่าเหล่า เพราะเซลล์ในร่างกายมนุษย์มีความสามารถที่จะปรับตัวเพื่อรับมือกับการเปลี่ยนแปลง การปรับตัวของเซลล์จึงเป็นสิ่งที่เป็นธรรมชาติ

เป็นที่น่าเสียดายว่า คุณหมอทั่วโลก บอกกับเราว่า วิธีการรักษามะเร็ง คือ การบำบัดด้วย-คีโม หรือการทำลายเซลล์มะเร็งด้วยรังสี แต่สิ่งที่คุณหมอไม่ได้บอกเราคือ ทำไมเซลล์มะเร็งจึงผ่าเหล่าตั้งแต่แรก ? อย่างไรก็ตาม-เมื่อสภาพแวดล้อมเปลี่ยนไป เซลล์อีกจำนวนมากก็จะผ่าเหล่า-ต่อไปอีก-ไม่เร็วก็ช้า นั่นเป็นสาเหตุที่เราพบเห็นผู้ป่วยมะเร็งถูกให้คีโม ดีขึ้นเพียงชั่วคราว แล้วกลับทรุดลงไปใหม่อีก

จากมุมมองของเซลล์ หากมันไม่ผ่าเหล่า-มันจะต้องตาย การผ่าเหล่าของเซลล์จึงเป็นธรรมชาติ มะเร็ง แท้จริงแล้ว คือ วิวัฒนาการของกลุ่มเซลล์ที่พยายามรอดตายจากสภาพแวดล้อมที่เป็นพิษ แต่ทั้งหมดนี้ก็กลายเป็นสิ่งที่ควบคุมไม่ได้ เพราะเซลล์เหล่านั้นลงเอยด้วยการ-ฆ่าร่างกาย แต่นั้นไม่ใช่ประเด็นที่แท้จริง

มะเร็ง คือ วิวัฒนาการของกลุ่มเซลล์ที่พยายามจะรอดตายในสภาพแวดล้อมที่เป็นพิษอย่างสูง เราต้องพยายามทำความเข้าใจในประเด็นนี้ให้ชัดเจน การพยายามฆ่าเซลล์เหล่านั้น-โดยไม่ได้เปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อม เปรียบได้กับการฆ่าแมลงวัน โดยไม่ได้พยายามเอาขยะออกไป

เอาละ คุณจะลงมืออย่างฉับพลัน-เพื่อปรับปรุงสภาพแวดล้อมของคุณอย่างรวดเร็วได้อย่างไร มีวิธีการง่ายๆด้วยกัน 3 วิธี คือ:1. หายใจลึกๆ - หายใจลึกๆสิ่งแรกที่กระตุ้นให้เซลล์ผ่าเหล่าและกลายเป็นเซลล์มะเร็งคือ การขาดออกซิเจนเซลล์มะเร็งปรับตัวเพื่อรอดชีวิตในสภาพแวดล้อมที่มีระดับออกซิเจนต่ำ ยิ่งมีออกซิเจนต่ำเท่าไร เซลล์มะเร็งก็ยิ่งเติบโตได้มากขึ้นเท่านั้น เพราะนี่คือวิวัฒนาการของเซลล์ที่ปกติซึ่งต้องการจะรอดชีวิตอยู่ได้ในสภาพแวดล้อมที่มีระดับออกซิเจนต่ำ - วิธีแก้ไขคือ หายใจลึกๆ ซึ่งเป็นการออกกำลังง่ายๆที่ทำได้ทุกเช้าเพื่อเพิ่มระดับออกซิเจนให้กับเลือด

เดิน 5 นาทีแล้วหายใจแบบนี้ คือ หายใจเข้า 4 ครั้ง ติดกัน กลั้นหายใจแล้วนับ 1 ถึง 4 หายใจออกช้าๆ 4 ครั้ง ติดกัน

ทำอย่างนี้ครับ»»1-2-3-4

ทำอีกครั้งครับ»»1-2-3-4

ผมหายใจเข้าทางจมูก »»กลั้นใจแล้วนับ 1-2-3-4หายใจออกทางปาก

หายใจเข้าไปในท้อง ไม่ใช่หายใจเข้าไปในอก นี่คือวิธีการหายใจที่ถูกต้องถ้าหากไม่มีที่เดิน ให้เดินในห้องนอนของคุณ เพราะมันมีที่พอสำหรับการออกกำลังของเราทุกวิธี

วิธีที่ 2 หยุดรับประทาน-กรดสิ่งที่สองที่มากระตุ้นเซลล์ให้ผ่าเหล่ากลายเป็นเซลล์มะเร็ง คือ สภาพแวดล้อมที่เป็นกรด เพราะนั่นคือการตอบสนองที่จะทำให้เซลล์รอดชีวิตได้ในสภาพแวดล้อมที่เป็นกรด เซลล์ที่ผ่าเหล่าจะตายในสภาพแวดล้อมที่เป็นด่าง และเติบโตในสภาพแวดล้อมที่เป็นกรด คุณจะทำให้ร่างกายของคุณเป็นด่างได้ ก็ด้วยการรับประทานอาหารที่เป็นด่างมากขึ้น

น้ำผัก น้ำผลไม้ มีประสิทธิภาพสูงมาก งดน้ำตาล โคคา-โคล่า เปปซึ่ และน้ำอัดลมทุกชนิด กาแฟ เนื้อสัตว์ นม บุหรี่ และ แอลกอฮอล์ รับประทานผักสดสีเขียว ผลไม้สด น้ำด่าง และน้ำมะพร้าว หากคุณต้องการเห็นการเปลี่ยนแปลงของสุขภาพอย่างน่าอัศจรรย์ในระยะเวลาอันสั้น ดื่มน้ำผักสดปั่นทุกเช้า โดยไม่ต้องรับประทานอะไรอีกเลย จนกว่าจะถึงมื้อเที่ยง-นำผักใบเขียวหลากชนิด มะเขือเทศ แตงกวา ปั่นกับน้ำสะอาดแล้วดื่ม คุณอาจจะคิดว่า มันไม่น่าดื่มเลย แต่มันไม่เลวร้ายและออกจะอร่อยด้วยซ้ำไปเมื่อคุณคุ้นเคยกับมัน

วิธีที่ 3 ดูแลร่างกายของคุณความเครียด ทำให้ระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแอ ความเครียด คือ ฆาตกรเบอร์หนึ่ง และเป็นต้นเหตุที่ก่อให้เกิดโรค-ทุกโรคความเครียด เพิ่มกรดและส่งผลกระทบต่อทุกสิ่งทุกอย่างในร่างกาย มันจึงเป็นสิ่งที่สำคัญมากที่เราจะต้องทำจิตใจให้แข็งแรงเบิกบานอยู่เสมอ

คุณจะทำเช่นนั้นได้อย่างไร ? ทำสมาธิ ดูหนังตลก ละเว้นจากการดูข่าวร้ายและเรื่องเลวร้าย อ่านหนังสือดีๆที่ทำให้เกิดแรงบันดาลใจ หาสัตว์มาเลี้ยง พบเพื่อนใหม่ๆ สัมพันธภาพใหม่ๆ ปลดความทุกข์ความสลดใจเก่าๆและสิ่งเลวร้ายต่างๆที่ผ่านไปแล้ว และแชร์ข้อมูลนี้ให้กับผู้อื่นต่อไปให้มากที่สุดที่คุณจะทำได้

ความเจ็บปวด และ ความเสียหาย ที่เกิดจากการบำบัดด้วยคีโม เลยเถิดไปอย่างเหนือคำบรรยายช่วยให้ผู้อื่นตื่นจากฝันร้ายที่เกิดจากโฆษณาชวนเชื่อของผู้ผลิตยากันเสียที การป้องกันและรักษาตนเองให้หายจากมะเร็งเป็นสิ่งที่ง่ายดายเสียจนแทบจะเป็นเรื่องตลกอย่างเหลือเชื่อ

ใช้ความคิดให้ถูกต้องจงเปลี่ยนน้ำในบ่อปลาเมื่อปลาป่วย เพราะการทำลายบ่อปลา ไม่ใช่ทางออกที่ถูกต้องมาช่วยกันทำให้โลกของเราในวันนี้-น่าอยู่ขึ้น

Shafin de Zane - บรรยาย (ภาษาอังกฤษ)http://www.youtube.com/watch?v=P_OHAtVzeB0ดร.ชนิสา อรรถจินดา - แปล

— Chanisa Arthachinda, Ph.D.Arthachinda Group Co., Ltd

เพียงแค่ “อึ” ออกมาเท่านี้ คุณก็สามารถรู้แล้วว่า สุขภาพของคุณในช่วงนั้นเป็นอย่างไร

อาจารย์ท่านนี้เองที่คิดค้น “การตรวจสุขภาพแบบใหม่” ที่สามารถตรวจได้ทุกวัน และไม่สิ้นเปลืองทรัพย์สินเงินทองเลยสักนิด เพียงแค่ “อึ” ออกมาเท่านี้ คุณก็สามารถรู้แล้วว่า สุขภาพของคุณในช่วงนั้นเป็นอย่างไร

ลักษณะของ “อึ” แบ่งเป็น 7 แบบด้วยกัน

แบบที่ 1 “อึแบบกล้วย”

มีสีเหลือง มีกลิ่นแบบพอรับได้ มีปริมาณน้ำประมาณ 80 เปอร์เซ็นต์ ไม่แข็งและไม่นิ่มจนเกินไป เมื่อตกลงน้ำแล้วจะลอยตัว พร้อมจะมีเศษหลุดออกมา อึแบบนี้เป็นอึที่มีสภาพดีมาก บอกถึงสภาพจิตใจที่ดี และอาหารที่รับประทานก็มีความสมดุลต่อร่างกาย ควรรักษาให้มีอึแบบนี้ตลอดไปจะดีต่อสุขภาพของคุณ

แบบที่ 2 “อึแบบผอม”

มีสีน้ำตาลแดงปนดำ มีน้ำประมาณ 83 เปอร์เซ็นต์ เวลาปล่อยจะมีลักษณะขาดเป็นช่วงๆ คล้ายเส้นอุด้ง รูปร่างผอมลีบ เหลวข้น และมีกลิ่นเหม็นเปรี้ยว อึแบบนี้จะมาจากคนที่กล้ามเนื้อท้องมีปัญหา อาจเกิดจากการขาดสารอาหาร หรือกำลังอยู่ในช่วงที่ลดน้ำหนักจนมากเกินไป อึแบบนี้ไม่ดีนัก ควรปรับปรุงด้วยการกินอาหารที่มีประโยชน์มากขึ้น และดูแลลำไส้ให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพด้วยของหมัก อาทิ ผักดอง หรือโยเกิร์ต

แบบที่ 3 “อึแบบดินโคลน”

มีสีน้ำตาลแดงเข้มค่อนไปทางดำ มีกลิ่นแรงและเหม็นมาก ลักษณะเป็นดินโคลนมีน้ำประมาณ 88 เปอร์เซ็นต์ ถ่ายครั้งละมากๆ คล้ายกับคนเป็นท้องเสีย อึแบบนี้เป็นเพราะร่างกายดูดซึมน้ำไม่เพียงพอ ต้องระวังลำไส้จะเป็นแผล ดังนั้นควรพักผ่อนเยอะๆ เพราะการอึแบบนี้เป็นสัญญาณของการอดนอน อีกทั้งควรกินอาหารที่มีไฟเบอร์เยอะๆ งดอาหารเผ็ด หรือชา กาแฟ ถ้าอึเป็นแบบนี้นานๆ ควรไปปรึกษาแพทย์เพื่อเช็กสุขภาพอย่างละเอียดอีกครั้ง

แบบที่ 4 “อึแบบน้ำ”

มีโอกาสเป็นได้หลายสี ยกเว้นสีน้ำตาล ถ่ายแต่ละครั้งจะมีปริมาณประมาณ 2-3 ถ้วยกาแฟเลย ลักษณะเป็นน้ำ มีกลิ่นเหม็นมาก อึแบบนี้คือ อึที่ลำไส้ไม่ทำหน้าที่ดูดซึมน้ำ สาเหตุก็คงมาจากเรื่องของความเครียด พักผ่อนไม่เพียงพอ หรือกินอาหารไม่ถูกสุขลักษณะ ดังนั้นควรจะพักผ่อนเยอะๆ ทำจิตใจให้สบาย และงดอาหารจำพวกที่มีไขมันและโปรตีนสูง ควรกินผักเยอะๆ แทน และถ้ายังอึเป็นเช่นนี้ติดต่อกันเป็นเวลานานควรรีบปรึกษาแพทย์โดยด่วน

แบบที่ 5 “อึแบบแข็งปนน้ำ”

มีโอกาสเป็นได้หลายสี ถ่ายออกมาแต่ละครั้งมีปริมาณประมาณ 1-2 ถ้วยซุป อาจจะเหม็นบ้างไม่เหม็นบ้าง มีลักษณะเป็นน้ำประมาณ 60-90 เปอร์เซ็นต์ และแต่ปริมาณก้อนเศษอาหารที่ผสม อึแบบนี้จะถ่ายออกมาในลักษณะเป็นน้ำสลับแข็ง หรือพร้อมๆ กัน บ่งบอกได้ว่าลำไส้ขาดความแข็งแรงแล้ว อาจเพราะความเครียด หรือมีโรคภัยไข้เจ็บเกิดขึ้น ดังนั้นควรพักผ่อนให้เพียงพอ หรือไม่ก็ไปพบแพทย์เพื่อตรวจสุขภาพโดยละเอียดอีกครั้ง

แบบที่ 6 “อึแบบแข็ง”

มีสีน้ำตาล น้ำตาลแดง หรือดำ มีลักษณะเป็นก้อนหินเม็ดเล็กๆ ประมาณ 2-10 เม็ดเหมือน ‘ขี้กระต่าย’ มีกลิ่นเหม็นมาก และทุกเม็ดแข็งมากๆ นั่นเพราะในลำไส้ขาดน้ำ และอึเม็ดเล็กๆ ไปแข็งอยู่ในลำไส้นาน จึงส่งผลทำให้เกิดโรคท้องผูก ดังนั้นผู้ที่มีอึแบบนี้จึงควรดื่มน้ำเยอะ และทานอาหารที่มีไฟเบอร์ เพื่อให้ลำไส้ทำงานดีขึ้น และที่สำคัญอย่ากลั้นอึเด็ดขาด มิฉะนั้นโรค “ริดสีดวงทวาร” จะถามหาเอา

แบบที่ 7 “อึแบบดีที่สุด”

มีสีเหลืองทอง น้ำหนัก 400 กรัม กลิ่นไม่แรงมากนัก มีลักษณะเป็นขดเป็นวง (เหมือนในการ์ตูน) เสมือนอึแบบกล้วยที่ยาวมากจนขดกันเป็นวงโดยที่ไม่ขาด แถมยังมีความนุ่มนวลอีกด้วย เจ้าของอึแบบนี้ ต้องบอกว่ามีสุขภาพที่ดีเยี่ยม แถมยังมีสภาพจิตใจที่อยู่ในสภาวะสมบูรณ์สุดขีด

สรุปบทสัมภาษณ์ ศ.นพ.ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านสมอง รพ.จุฬาฯ สภากาชาดไทย

ในรายการ พราวไนท์ ช่อง 9
*ทำตัวอย่างไร เราก็จะได้อย่างนั้น กินอะไรเข้าไป ก็จะได้อย่างนั้น*
คุณหมอแนะนำ ดังนี้
- ต้องไม่เครียด
- กากใยจากผัก ผลไม้ คือกากช่วยชีวิต ยิ่งทานเยอะ ยิ่งช่วยชีวิต ช่วยเปลี่ยนหน้าตาแบตทีเรีย หรือจุลลินทรีย์ในลำไส้ให้เป็นชนิดดี
- น้ำส้มคั้นที่เอาแต่น้ำมากิน และทิ้งกากไป ดื่มไม่มีประโยชน์ เพราะกากนั้นคือกากช่วยชีวิต
- ตื่นเช้าขึ้นมาให้กินน้ำผักผลไม้ปั่นโดยไม่ต้องแยกกาก ให้กินทั้งกาก
- ทุเรียนหรือข้าวเหนียวมะม่วง ทานได้ แต่ให้ทานเพียงแค่พอชื่นใจ ไม่ใช่ทานเป็นของหวาน และเมื่อทานทุเรียนหรือข้าวเหนียวมะม่วงมื้อใด ให้งดอาหารหลัก งดข้าวในมื้อนั้นไปเลย
- ควรดื่มกาแฟเป็นประจำ กาแฟมีคาเฟอีนช่วยชีวิตได้ตั้งแต่หัว จรดเท้า โดยเฉพาะช่วยเรื่องอัลไซเมอร์ โดยต้องเป็นกาแฟดำเท่านั้น และให้กินได้เยอะเท่าที่เราต้องการจะกิน (ยกเว้นคนท้อง ห้ามกินนับตั้งแต่วันที่ไข่ปฏิสนธิกับอสุจิเลย)
- ควรงดทานอาหารหวานและมันทุกประเภท เพราะนอกจากจะเร่งให้เกิดโรคต่างๆแล้ว ยังทำให้การขับของเสียจากสมองทำได้ยากขึ้น 
- ข่าวดี การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมบริโภคให้ถูกต้อง แม้เริ่มเมื่ออายุ 50 ปีขึ้นไป ก็ยังสามารถชะลอโรคอัลไซเมอร์ได้สูงถึง 80-90 %
- ผลวิจัยปัจจุบันพบว่า ข้อมูลที่บอกว่ากาแฟทำให้กระดูกพรุนไม่เป็นความจริง
- คนที่หมดประจำเดือนแล้วกินวิตามินดีและแคลเซี่ยมไม่ได้ช่วยป้องกันกระดูกพรุน กระดูกยุบ กระดูกหัก เพราะไม่สามารถเพิ่มความหนาแน่นของกระดูกให้เพิ่มขึ้นได้ (ที่เขาให้กินเพื่อผลทางการค้า)
- ชอกโกแลต คือสุดยอดอาหารช่วยสมอง …ขนาดชอกโกแลต ที่มีรสหวานมัน ยังช่วยป้องกันอัมมพฤกษ์ได้ถึง 18 % แต่ถ้าต้องการให้ชะลออัลไซเมอร์และป้องกันอัมมพฤกษ์ได้ ต้องกินแบบไม่หวานมัน (Dark Chocolate) คำว่า Dark Chocolate แปลว่า ต้องมีโกโก้ผสมอยู่มากกว่า 70 % โดยทานทุกวันเป็นประจำ วันละ 1 บาร์ หรือ 1 ช่อง (ยกเว้นชอกโกแลตสีขาว /สีน้ำตาลที่เละๆ เป็นของไม่ดี )
- แนะนำให้ทานถั่วเปลือกแข็งทุกชนิด(ยกเว้นถั่วลิสงอาจจะไม่ช่วยสักเท่าไร) อาทิเช่น อัลมอนท์ เชสนัท วอลนัท มะม่วงหิมพานต์ ฯลฯ ที่ไม่ผ่านการปรุงแต่งรสใดๆ ไม่ใส่เนย น้ำมัน เลย ให้ทานเป็นประจำช่วยชีวิตได้ กินได้ไม่อั้น ไม่จำกัดปริมาณ
- พริกหวาน+ พริกขี้หนู ช่วยลดความเสี่ยงเป็นโรคพาร์คินสัน ทานเป็นประจำสัปดาห์ละ 2-4 มื้อ(รายงานนี้ออกมาเมื่อปีที่แล้วนี่เอง)
- ดื่มแอลกอฮอล์ในปริมาณปานกลางที่พอเหมาะเป็นประจำสม่ำเสมอ คือ ดื่ม 1 โก(GO) หน่วยแอลกอฮอล์ = มีเอทานอล 22 กรัม หรือเท่ากับปริมาณเบียร์ 500 มิลลิลิตร เช่น ปริมาณแอลกอฮอล์ที่เหมาะสมกับการดื่มใน 1 วัน อาทิ เบียร์ ผู้ชายไม่ควรดื่มเกินวันละ 2 แก้ว และผู้หญิงไม่ควรดื่มเกินวันละ 1 แก้ว ปริมาณมาตรฐาน 1 แก้วเบียร์ = 1 GO =500 มิลลิลิตร ทั้งนี้ปริมาณแอลกอฮอล์ในเครื่องดื่มแต่ละชนิดมีสัดส่วนไม่เท่ากัน ควรปรึกษาแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญเพื่อทราบสัดส่วนที่ถูกต้อง เพราะการดื่มแอลกอฮอล์ในปริมาณที่มากเกินไปตายเร็วแน่นอน “ดื่มเหล้าในปริมาณที่พอเหมาะ จะช่วยเส้นเลือด ช่วยหัวใจ ช่วยอัลไซเมอร์ เพราะสารพิษในสมองเวลามันเลาะออกจากสมองแล้วมันจะลงมายังเส้นเลือด ถ้าเส้นเลือดเราแข็งมันทิ้งขยะไม่ได้ ดังนั้นถ้าเราช่วยเส้นเลือดได้ เราก็เท่ากับช่วยทางอ้อมที่กำจัดพิษจากสมอง” 
- แอลกอฮอล์ไม่ช่วยเรื่องเกี่ยวกับความดันโลหิตต่ำ เพราะยังไม่หลักฐานพอจะอ้างได้ อย่างไรก็ดี คนท้องก็ดี แอลกอฮอล์ก็ไม่ดีสำหรับคนท้อง
- เกี่ยวกับโรคพิษสุนัขบ้า คนที่ถูกสุนัขกัด(โดยที่ยังไม่รู้ว่าสุนัขเป็นโรคพิษสุนัขบ้าหรือไม่) ไม่จำเป็นต้องฉีดวัคซีนรอบสะดือ 14 เข็ม อีกต่อไปแล้ว คุณหมอบอกว่า จากผลงานศึกษาของทั่วโลก พบว่า นอกจากจะไม่ช่วยคนไข้แล้ว ยังอาจจะช่วยไห้คนไข้ตายเร็วขึ้นเพราะแพ้เซรุ่มพิษสุนัขบ้าอีกด้วย

(Source: youtube.com)

ญวน กับ เขมร นักเรียนทุนโคลัมโบด้วยกัน พักห้องเดียวกันในออสเตรเลีย
เขมรรู้สึกว่าญวนฉลาด จึงถามว่ากินอะไรถึงได้ฉลาด ญวนตอบว่า กินหัวปลา
จากนั้น สองคนแชร์กันซื้อปลา เขมรกินหัวปลา ญวนกินตัวปลา
ผ่านไปสามวัน เขมรบ่นกับญวนว่า
“นายกินเนื้อ ฉันได้แต่ดูดกระดูก”
ญวนตอบว่า
“กินหัวปลาสามวันเอง เริ่มฉลาดขึ้นแล้วเห็นมั้ย”

ฝนตกปรอยกรกนกคนตลกชวนดวงกมลคนผอมรอชมภมรดมดอมดอกขจรสองคนชอบจอดรถตรงตรอกยอมทนอดนอนอดกรนรอยลภมรดมดอกหอมบนขอนตรงคลองมอญลมบนหวนสอบจนปอยผมปรกคอสองสมรสมพรคนจรพบสองอรชรสมพรปองสองสมรยอมลงคลองลอยคอมองสองอรชรมองอกมองคอมองผมมองจนสองคนฉงนสมพรบอกชวนสองคนถอนสมอลงชลลองสองหนสองอรชรถอยหลบสมพรวอนจนพลพรรคสดสวยหมดสนกรกนกชวนดวงกมลชงนมผงรอชมภมรบนดอนตรงจอมปลวก